วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

พรอานนท์ขอพร8ประการ


พระอานนท์ขอประทานพร 8 ประการ


 ดังนั้น ท่านพระอานนท์จึงได้กราบทูลขอพร 8 ประการ หากพระองค์ทรงประทานพร 8 ประการนี้ ท่านจึงจะรับตำแหน่งพุทธุปัฏฐากท่านกราบทูลขอพร ว่า



ถ้าจักไม่ประทานจีวรอันประณีตที่พระองค์ได้แล้วแก่ข้าพระองค์


 ถ้าจักไม่ประทานบิณฑบาตอันประณีตที่พระองค์ได้แล้วแก่ข้าพระองค์


ถ้าจักไม่โปรดให้ข้าพระองค์อยู่ในที่ประทับของพระองค์


ถ้าจักไม่ทรงพาข้าพระองค์ไปในที่ที่ทรงรับนิมนต์ไว้


ถ้าพระองค์จักไปสู่ที่นิมนต์ที่ข้าพระองค์รับไว้ ถ้าข้าพระองค์จะพาบริษัทซึ่งมาแต่ที่ไกลเพื่อเฝ้าพระองค์ได้ในขณะที่มาแล้ว


ถ้าความสงสัยของข้าพระองค์เกิดขึ้นเมื่อใด ขอให้ได้เข้าเฝ้าทูลถามเมื่อนั้น


 ถ้าพระองค์ทรงแสดงธรรมเทศนาอันใดในที่ลับหลังข้าพระองค์จักเสด็จมาตรัสบอกพระธรรมเทศนานั้นแก่ข้าพระองค์อีก


เมื่อข้าพระองค์ได้รับพร 8 ประการนี้


แหละจึงจักเป็นพุทธุปัฏฐากของพระองค์ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสถามถึงโทษและอานิสงส์ที่ทูลขอพร 8 ประการนี้ ท่านได้กราบทูลว่า ถ้าท่านไม่ทูลขอพรข้อ 1-4 ก็จักมีคนพูดได้ว่า

 ท่านรับตำแหน่งพุทธุปัฏฐาก เพื่อหวังลาภสักการะอย่างนั้น ๆ เพื่อป้องกันปรวาทะอย่างนั้น ท่านจึงได้ทูลขอพร 4 ข้อนี้

ถ้าท่านไม่ทูลขอพรข้อ 5-7 ก็จักมีคนพูดได้ว่า พระอานนท์บำรุงพระศาสดาไปทำไม เพราะกิจเท่านี้พระองค์ก็ยังไม่ทรงสงเคราะห์เสียแล้ว และหากท่านไม่ทูลขอพรข้อ 8 เมื่อมีคนมาถามท่านลับหลัง พระพุทธองค์ว่า คาถานี้ สูตรนี้ ชาดกนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสที่ไหน? ถ้าท่านตอบเขาไม่ได้ เขาก็จะพูดได้ว่า พระอานนท์เฝ้าติดตามพระผู้มีพระภาคเหมือนเงาของพระองค์อยู่เป็นเวลานาน ทำไมเรื่องเท่านี้ยังไม่รู้? ครั้นท่านได้ทูลชี้แจงแสดงโทษในข้อที่ไม่ควรได้ และอานิสงส์ในข้อที่ควรได้อย่างนี้แล้ว พระผู้มีพระภาคจึงทรงประทานพรตามที่พระอานนท์กราบทูลขอทุกประการ ท่านพระอานนท์จึงได้รับตำแหน่งพุทธอุปัฏฐาก และได้อุปัฏฐากพระพุทธองค์ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาจนถึงวันเสด็จดับขันธปรินิพพานของพระผู้มีพระภาค เป็นเวลา 25 พรรษา กิจในหน้าที่ของพุทธอุปัฏฐาก


http://th.wikipedia.org/wiki/พระอานนท์

วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2556

กถาวัตถุ๘(เรื่องที่ควรพูด8ประการ)

พระพุทธองค์ตรัสว่า " ไม่สมควรแก่เธอทั้งหลายผู้เป็นกุลบุตรที่ออกบวชเป็นบรรพชิตด้วยศรัทธาเลย" แล้วตรัสกถาวัตถุ คือ เรื่องที่ควรพูด ๘ ประการ ว่า พวกเธอพึงกล่าววาจา

๑ .ชักนำให้มีความปรารถนาน้อย
๒. ชักนำให้สันโดษ ยินดีด้วยปัจจัยตามมีตามได้
๓. ชักนำให้เกิดความสงบ
๔. ชักนำให้ตั้งอยู่ในศีล
๕. ชักนำให้มีจิตตั้งมั่น
๖. ชักนำให้เกิดปัญญา
๗. ชักนำให้ยินดีในการหลุดพ้นจากกิเลส
๘. ชักนำให้เกิดความรู้สึกถึงผลดีของการละกิเลส

กถาวัตถุทั้ง ๘ ประการนี้ เมื่อนำมาสนทนากัน ย่อมก่อให้เกิดกุศลธรรมมากขึ้น ทั้งกาย วาจาและใจ ก็หวังว่าชาวเราทั้งหลาย จะสนทนาตามแนวทางนี้ เพื่อผลแห่งกุศลธรรม ตลอดการเดินทางครั้งนี้

วันจันทร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2556

บริษัท ๘

 จำพวกเหล่านี้แล ๘ จำพวกเป็นไฉน? คือ
ขัตติยบริษัท
พราหมณบริษัท
 คฤหบดีบริษัท
สมณบริษัท
จาตุมหาราชิกบริษัท
ดาวดึงสบริษัท
มารบริษัท
และพรหมบริษัท
http://www.84000.org/tipitaka/read/v.php?B=12&A=2450&Z=2470&pagebreak=0

วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ผู้ควรทำอัญชลี8

ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีศีล ฯลฯ สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย ๑

เป็นพหูสูต ฯลฯ แทงตลอดด้วยดีด้วยทิฐิ ๑

 เป็นผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนดี ๑

เป็นสัมมาทิฐิ ประกอบด้วยความเห็นชอบ ๑
มีปรกติได้ตามความปรารถนา ได้โดยไม่ยาก ไม่ลำบาก ซึ่งฌาน ๔ อันมี
ในจิตยิ่ง เป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน ๑

ย่อมระลึกชาติก่อนได้เป็นอันมากคือ ชาติหนึ่งบ้าง สองชาติบ้าง ฯลฯ ย่อมระลึกชาติก่อนได้เป็นอันมาก
พร้อมทั้งอาการ พร้อมทั้งอุเทศ ด้วยประการฉะนี้ ๑

ย่อมเห็นหมู่สัตว์ ฯลฯด้วยทิพจักษุอันบริสุทธิ์ล่วงจักษุของมนุษย์ ฯลฯ ย่อมรู้ชัดซึ่งหมู่สัตว์ผู้เป็นไป
ตามกรรม ๑

กระทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบันเข้าถึงอยู่ ๑

http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=23&A=6098&Z=6114&pagebreak=0

ห้วงบุญห้วงกุศลประการที่ ๘

ห้วงบุญห้วงกุศลประการที่ ๘
นำสุขมาให้
ให้อารมณ์อันเลิศ
มีสุขเป็นผล
เป็นไปเพื่อสวรรค์
ย่อมเป็นไปเพื่อสิ่งที่น่าปรารถนา
น่าใคร่ น่าพอใจ เพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุข
 ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ห้วงบุญห้วงกุศล ๘ ประการนี้แล
  •  นำสุขมาให้
  • ให้อารมณ์อันเลิศ มีสุขเป็นผล
  • เป็นไปเพื่อสวรรค์
  •  ย่อมเป็นไปเพื่อสิ่งที่น่าปรารถนา
  • น่าใคร่
  • น่าพอใจ
  • เพื่อประโยชน์เกื้อกูล
  • เพื่อความสุข ฯ
 

สัปบุรุษ8

สัปบุรุษเมื่อเกิดในตระกูล ย่อมเกิดเพื่อ
ประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุข แก่ชนเป็นอันมาก คือ
ย่อมเกิดเพื่อประโยชน์เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุข
แก่มารดาบิดา ๑
แก่บุตรภรรยา ๑
แก่หมู่คนผู้เป็นทาสกรรมกร ๑
แก่มิตรอำมาตย์ ๑
แก่ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว ๑
แก่พระราชา ๑
แก่เทวดาทั้งหลาย ๑
แก่สมณพราหมณ์ ๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย มหาเมฆเมื่อตกให้
ข้าวกล้าเจริญงอกงาม ย่อมตกเพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่ชน
เป็นอันมาก ฉันใด สัปบุรุษก็ฉันนั้นเหมือนกัน เมื่อเกิดในตระกูล ย่อมเกิด
เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุข แก่ชนเป็นอันมาก คือ ย่อมเกิด
เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุข แก่มารดาบิดา ... แก่สมณพราหมณ์ ฯ
http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=23&A=5059&Z=5078&pagebreak=0

สัปปุริสทาน ๘

๘ ประการเป็นไฉน คือ
ให้ของสะอาด ๑
ให้ของประณีต ๑
ให้ตามกาล ๑
ให้ของสมควร ๑
 เลือกให้ ๑
ให้เนืองนิตย์ ๑
เมื่อให้จิตผ่องใส ๑
 ให้แล้วดีใจ ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัปปุริสทาน ๘ ประการนี้แล ฯ
สัปบุรุษย่อมให้ทาน คือ ข้าวและน้ำที่สะอาด ประณีต
ตามกาล สมควร เนืองนิตย์ ในผู้ประพฤติพรหมจรรย์
ผู้เป็นเขตดี บริจาคของมากแล้วก็ไม่รู้สึกเสียดาย ท่านผู้มี
ปัญญาเห็นแจ้ง ย่อมสรรเสริญทานที่สัปบุรุษให้แล้วอย่างนี้
เมธาวีบัณฑิตผู้มีศรัทธา มีใจอันสละแล้ว บริจาคทาน
อย่างนี้แล้ว ย่อมเข้าถึงโลกอันไม่มีความเบียดเบียน เป็นสุข ฯ

จบสูตรที่ ๗
สัปปุริสทาน ๘ http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=23&A=5047&Z=5058&pagebreak=0