ปุริสโทษ ๘ เป็นไฉน
ปุริสโทษ ๘ คือ
๑. ภิกษุในศาสนานี้ โจทภิกษุด้วยอาบัติ ภิกษุที่ถูกโจทด้วยอาบัตินั้นแก้ตัวด้วยความ
ไม่มีสติว่า เราระลึกไม่ได้ๆ ดังนี้ นี้จัดเป็นปุริสโทษข้อที่ ๑
๒. ข้ออื่นยังมีอยู่อีก ภิกษุในศาสนานี้ โจทภิกษุด้วยอาบัติ ภิกษุที่ถูกโจทด้วยอาบัติ
นั้น ได้โต้ตอบผู้โจทว่า ประโยชน์อะไรหนอ ด้วยการกล่าวสำหรับท่านผู้โง่เขลา ผู้ไม่ฉลาด
แม้ท่านยังสำคัญผิดที่จะกล่าวกะเรา ดังนี้ นี้จัดเป็นปุริสโทษข้อที่ ๒
๓. ข้ออื่นยังมีอยู่อีก ภิกษุในศาสนานี้ โจทภิกษุด้วยอาบัติ ภิกษุที่ถูกโจทด้วยอาบัตินั้น
กลับปรับอาบัติแก่ภิกษุผู้โจทนั่นแหละว่า ท่านนั่นแหละต้องอาบัติชื่อนี้ ท่านจงแสดงอาบัตินั้น
เสียก่อน ดังนี้ นี้จัดเป็นปุริสโทษข้อที่ ๓
๔. ข้ออื่นยังมีอยู่อีก ภิกษุในศาสนานี้ โจทภิกษุด้วยอาบัติ ภิกษุที่ถูกโจทด้วยอาบัติ นั้น ยกเหตุอื่นๆ มาพูดกลบเกลื่อน พูดชักให้เขวไปนอกเรื่องทำเคือง ทำโกรธ ทำอาการ ไม่พอใจ นี้จัดเป็นปุริสโทษข้อที่ ๔ ๕. ข้ออื่นยังมีอยู่อีก ภิกษุในศาสนานี้ โจทภิกษุด้วยอาบัติ ภิกษุที่ถูกโจทด้วยอาบัติ นั้น โบกมือปฏิเสธในท่ามกลางสงฆ์ นี้จัดเป็นปุริสโทษข้อที่ ๕ ๖. ข้ออื่นยังมีอยู่อีก ภิกษุในศาสนานี้ โจทภิกษุด้วยอาบัติ ภิกษุที่ถูกโจทด้วยอาบัติ นั้น นิ่งเสีย ทรมานสงฆ์ให้ลำบาก นี้จัดเป็นปุริสโทษข้อที่ ๖ ๗. ข้ออื่นยังมีอยู่อีก ภิกษุในศาสนานี้ โจทภิกษุด้วยอาบัติ ภิกษุที่ถูกโจทด้วยอาบัติ นั้น ไม่เอื้อเฟื้อต่อสงฆ์ ไม่เอื้อเฟื้อต่อโจท หลีกไปเสียตามชอบใจทั้งที่ยังต้องอาบัติอยู่ นี้จัดเป็นปุริสโทษข้อที่ ๗ ๘. ข้ออื่นยังมีอยู่อีก ภิกษุในศาสนานี้ โจทภิกษุด้วยอาบัติ ภิกษุที่ถูกโจทด้วยอาบัติ นั้น พูดอย่างนี้ว่า ทำไมหนอท่านจึงขวนขวายในเรานัก บัดนี้เราจะลาสิกขาสึกไปเป็นคฤหัสถ์ เธอนั้นก็ลาสิกขาสึกไปเป็นคฤหัสถ์แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย บัดนี้แลท่าน ทั้งหลายจงยินดีแช่มชื่นเถิด ดังนี้ นี้จัดเป็นปุริสโทษข้อที่ ๘
http://etipitaka.com/read/thai/35/480/?keywords=%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2
๔. ข้ออื่นยังมีอยู่อีก ภิกษุในศาสนานี้ โจทภิกษุด้วยอาบัติ ภิกษุที่ถูกโจทด้วยอาบัติ นั้น ยกเหตุอื่นๆ มาพูดกลบเกลื่อน พูดชักให้เขวไปนอกเรื่องทำเคือง ทำโกรธ ทำอาการ ไม่พอใจ นี้จัดเป็นปุริสโทษข้อที่ ๔ ๕. ข้ออื่นยังมีอยู่อีก ภิกษุในศาสนานี้ โจทภิกษุด้วยอาบัติ ภิกษุที่ถูกโจทด้วยอาบัติ นั้น โบกมือปฏิเสธในท่ามกลางสงฆ์ นี้จัดเป็นปุริสโทษข้อที่ ๕ ๖. ข้ออื่นยังมีอยู่อีก ภิกษุในศาสนานี้ โจทภิกษุด้วยอาบัติ ภิกษุที่ถูกโจทด้วยอาบัติ นั้น นิ่งเสีย ทรมานสงฆ์ให้ลำบาก นี้จัดเป็นปุริสโทษข้อที่ ๖ ๗. ข้ออื่นยังมีอยู่อีก ภิกษุในศาสนานี้ โจทภิกษุด้วยอาบัติ ภิกษุที่ถูกโจทด้วยอาบัติ นั้น ไม่เอื้อเฟื้อต่อสงฆ์ ไม่เอื้อเฟื้อต่อโจท หลีกไปเสียตามชอบใจทั้งที่ยังต้องอาบัติอยู่ นี้จัดเป็นปุริสโทษข้อที่ ๗ ๘. ข้ออื่นยังมีอยู่อีก ภิกษุในศาสนานี้ โจทภิกษุด้วยอาบัติ ภิกษุที่ถูกโจทด้วยอาบัติ นั้น พูดอย่างนี้ว่า ทำไมหนอท่านจึงขวนขวายในเรานัก บัดนี้เราจะลาสิกขาสึกไปเป็นคฤหัสถ์ เธอนั้นก็ลาสิกขาสึกไปเป็นคฤหัสถ์แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย บัดนี้แลท่าน ทั้งหลายจงยินดีแช่มชื่นเถิด ดังนี้ นี้จัดเป็นปุริสโทษข้อที่ ๘
http://etipitaka.com/read/thai/35/480/?keywords=%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น